13/04/2021

แนะนำหนังใหม่ กำลังจะเข้าปี 2020

ติดตามหนังที่ฉายในโรงใหม่ประจำทุกๆ เดือน ที่ทางเราจัดสรรหาหนังเด่น หน้งดีมารีวีวให้ได้ชมติดต่อกันอย่างต่อเนื่องทุกอาทิตย์กันเลยครับ

กปปส. : 3 รมต. ในรัฐบาลประยุทธ์ พ้นตำแหน่งโดยทันที หลังศาลสั่งจำคุกคดี กปปส. แต่หลุดข้อกล่าวหากบฏ

ศาลอาญาพิพากษ์ติดตะรางแกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่บริบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธาน” (กปปส.) ตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 9 ปีเศษ โดยมี 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย ถูกพิพากษ์ติดตะรางด้วย และก็จะต้องหลุดจากตำแหน่งทันที เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) ศาลอาญา ถ.รัชดา นัดฟังคำวินิจฉัยคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นเชลยในข้อผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมรวมกันก่อความอลหม่านในบ้านเมืองฯ และก็ข้อหาอื่นๆจากการรวมกันด้านการเมืองเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา
เฉพาะนายสุเทพ และก็นายรวมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นเชลยคดีก่อการร้ายโดยการใช้
คดีนี้อัยการที่ทำการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา และก็ต่อมาฟ้องเพิ่มเติม 30 คน รวมเป็น 39 คน ช่วงวันที่ 24 ม.ค. 2561 เชลยทั้งหมดให้การไม่ยอมรับและก็ได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน

sutrep2
อ่านคำวินิจฉัยกว่า 7 ชั่วโมง

ศาลใช้เวลากว่า 7 ชม. สำหรับในการอ่านพิพากษ์ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ติดตะราง 5 ปี
นายรวมพล จุลใส ติดตะราง 9 ปี 24 เดือน
นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน ติดตะราง 7 ปี
นายอิสสระ สมชัย ติดตะราง 7 ปี 16 เดือน
นายวิทยา แก้วภราดัย ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถาวร เสนเนียม ติดตะราง 5 ปี
นายณัฏฐพล หนปสุวรรณ ติดตะราง 6 ปี 16 เดือน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
สำหรับเชลยรายอื่นๆที่จะต้องคำวินิจฉัยติดตะรางในคดีเดียวกัน ประกอบด้วย
น.ส. อัญชะลี ไพรินรัก ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายถนอม อ่อนเกตุพล ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายสมศักดา โกศัยสุข ติดตะราง 3 ปี
นายสุวิทย์ ทองคำดีที่สุด หรือพระพุทธอิสระ ติดตะราง 4 ปี 8 เดือน
นายแสดง เซกัลป์ ติดตะราง 2 ปี รองลงอาญา ปรับ 26,666 บาท
พล.อ.ท. วัชระ ฤทธิ์คนี ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
พล.ร.อ. ชัย สุวรรณภาพ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
ร้อยตรี แซมดิน เยี่ยมบุศย์ ติดตะราง 4 ปี 16 เดือน
นายแม่นมั่น กะการดี ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายคมสัน ทองคำศิริ ติดตะราง 2 ปี
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ติดตะราง 2 ปี
นายสุริยะใส กตะหิน ติดตะราง 2 ปี
นายสำราญ รอดเพชร ติดตะราง 2 ปี 16 เดือน
นายอมร อมรรัตนานนท์ ติดตะราง 20 เดือน
นายพิเชษฐ พัฒนโชติ ติดตะราง 1 ปี รอคอยลงอาญา ปรับ 13,333 บาท
นายกิตว่ากล่าวชัย ใสสะอาด ติดตะราง 4 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 6,666 บาท
นางทยา หนปสุวรรณ ติดตะราง 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท

3 รัฐมนตรี พ้นตำแหน่ง

ผลจากคำวินิจฉัยศาลวันนี้ ทำให้ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ อย่างเช่น นายณัฏฐพล หนปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน รัฐมนตรีว่าการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและก็สังคม และก็นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม จะต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลทันที เพราะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) และก็มาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ หากแม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ออกมารับรองในเรื่องนี้
ส่วนกรณีของ ส.ส. มีการพินิจพิจารณากันในกลุ่มนักการเมืองว่าแม้ยึดตามบรรทัดฐานคดีนายเทพไท เสนพงศ์พันธุ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) สถานภาพของพวกเขาจะต้องสิ้นสุดลงตามมาตรา 98(6), 101(6) แม้จะต้องคำวินิจฉัยให้ติดตะรางและไม่ได้รับการประกันตัว

ตัดสิทธิการบ้านการเมือง 7 คน

แต่ว่าสำหรับนายณัฏฐพล หนปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร., นายรวมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร ปชป. และก็นายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. จะต้องหลุดจากสภา เพราะเหตุว่าศาลอาญายังสั่งเลิกสิทธิด้านการเมืองของพวกเขาตรงเวลา 5 ปี ซึ่งเว้นแต่เชลย 3 คนนี้ ยังมีคำบัญชาเลิกสิทธิการบ้านการเมืองของนายสุวิทย์ ทองคำดีที่สุด, ร้อยตรี แซมดิน เยี่ยมบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร และก็นางทยา หนปสุวรรณ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าสนใจลงชิงเก้าอี้ข้าหลวงประจำจังหวัด กทม. ด้วย
แต่ในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ศาลพินิจพิเคราะห์หลักฐานแล้วมีความคิดเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ คาดหวังรัฐบาลลาออก ให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อขจัดปัญหาประเทศก่อนลงคะแนน ก็เลยไม่มีลักษณะล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญ โดยที่คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญส่งผลผูกพันทุกหน่วยงาน วินิจฉัยแล้วไม่มีเจตนาข้อผิดพลาดฐานกบฏ

สาเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางมาถึงศาลอาญาเพื่อฟังคำวินิจฉัย

sutrep3

“อะไรจะเกิดก็จะต้องเกิด”

ก่อนเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเพื่อยอมรับฟังคำวินิจฉัย นายสุเทพพูดว่า “อะไรจะเกิดก็จะต้องเกิด” โดยกล่าวว่าเชลยทั้งยัง 39 คนได้พูดคุยกัน และก็ทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลคำวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร แต่ว่าย้ำว่าการต่อสู้ของพวกเขาเป็นการต่อสู้เพื่อชาติบ้านเมือง ตั้งมั่นความประพฤติปฏิบัติที่รับผิดชอบ มิได้ปรารถนาฝ่าฝืนกฎหมาย นับถือข้อบังคับในกระบวนการยุติธรรม และก็น่าสดชื่นมากทุกกรณีทุกจังหวัดที่แนวร่วม กปปส. ถูกฟ้องร้อง ไม่มีผู้ใดแอบหนีคดี
ในเวลาที่บรรยากาศที่ศาลอาญา ถ.รัชดา มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจเชลยทั้งยัง 39 คน ท่ามกลางการดูแลและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นโดยรอบพื้นที่ศาล
• “ม็อบนกหวีด” กับ 4 เรื่องเบื้องหลัง กปปส.
• สุเทพ: “สิ่งที่เยี่ยมที่สุดภายใต้ความน่าจะเป็นไปได้คือ พล.อ.ประยุทธ์”
• วันเกิดครบรอบ 68 ปีกับ 4 ตำนานการบ้านการเมืองของ “กำนันสุเทพ”
• สุเทพ-ขวา ครบ 70 ปี พวกเขาจะอยู่สำหรับในการประเทศไทยไปอีกนานเพียงใด
กปปส. นำโดยนายสุเทพจัดแจงรวมกันเป็นครั้งแรกช่วงวันที่ 31 เดือนตุลาคม 2556 รอบๆ ถ.เลียบสถานีรถไฟสามเสน จ.กรุงเทพฯ เพื่อต่อต้านการผลักดันและสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม “ฉบับสุดซอกซอย” ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินความประพฤติ แปลงเป็นจุดเริ่มของการรวมกันบนท้องถนนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบ้านการเมืองไทยที่ลากยาวตรงเวลา 204 วัน ก่อนจะสิ้นสุดในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์อร่อย นำคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติยึดอำนาจ
สำหรับพฤติการณ์ข้อผิดพลาดที่อัยการอธิบายในคำฟ้อง สรุปสาระสำคัญได้ว่า
• ตั้งขึ้นคณะบุคคลที่ใช้ชื่อว่า กปปส.
• ร่วมกันมั่วสุม เป็นอั้งยี่ รังโจน ตั้งขึ้นกองกำลัง แบ่งภาระหน้าที่กันกระทำก่อข้อผิดพลาดต่อความมั่นคงและยั่งยืนของเมืองข้างในราชอาณาจักร
• ยุยงปลุกระดมให้ประชาชนทั่วราชอาณาจักรกระด้างกระเดื่อง ร่วมรวมกันขับไล่ไสส่ง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินความประพฤติ นายกรัฐมนตรี (เวลานี้) ให้ออกจากตำแหน่ง
• ขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรี และก็ ครม. ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ
• ให้เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.
• แต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็น “รัฐบาลประชาชน” เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะออกคำสั่งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และก็ ครม. โดยจะนำรายนามขึ้นกราบบังคมทูลฯ เอง
• ตั้งขึ้นกองกำลังส่วนหนึ่งส่วนใดพร้อมอาวุธเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและก็หน่วยงานสำคัญหลายแห่ง เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้
• ปิดกั้นขวางเส้นทางคมนาคมขนส่งเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
• ปิดจ.กรุงเทพฯ ด้วยการตั้งเวทีปราศรัย 7 จุดทั่วจ.กรุงเทพฯ ปิดกั้นเส้นทางการจราจร ตั้งขึ้นกองกำลังรักษาพื้นที่ วางสิ่งกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวพัน

กลุ่มผู้ช่วยเหลือมาให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีกบฏ กปปส. ที่หน้าศาลอาญา

ศาลไม่ให้รับรอง เข้าเรือนจำทันที 8 คน

เมื่อเวลา 19.34 น. นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตแกนนำ ปปปส. ตอนนี้ครอบครองตำแหน่ง รองข้าหลวงประจำจังหวัดจังหวัดกรุงเทพ โพสต์ทางบัญชีเฟซบุ๊กว่า “กำนัน พี่ตั้น พี่บี พี่ลูกหมี พี่ถาวร มิได้ประกันตัวขอรับ 😢😢😢” ซึ่งก็คือ
• นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
• นายณัฏฐพล หนปสุวรรณ
• นายพุทธิพงษ์ ปุณณโกน
• นายรวมพล จุลใส
• นายถาวร เสนเนียม
ส่วนอีก 3 คน อย่างเช่น
• นายสุวิทย์ ทองคำดีที่สุด หรือพระพุทธอิสระ
• ร้อยตรี แซมดิน เยี่ยมบุศย์
• นายอิสสระ สมชัย
sutrep4
สาเหตุของภาพ,THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ,
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในห้องกักที่ศาลอาญา หลังคำวินิจฉัย เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเหลืองเพื่อรอคอยส่งไปเรือนจำ
ราว 20.30 น. ผู้ต้องขังทั้งยัง 8 คน ถูกนำตัวจากศาลอาญาขึ้นรถกักของเรือนจำไปติดตะรางที่เรือนจำพิเศษจ.กรุงเทพฯ โดยมีประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางมาส่ง พร้อมขับร้อง “สู้ไม่ถอย” ที่ใช้ร้องระหว่างการรวมกันปิดจ.กรุงเทพฯ แล้วมีเสียงตะเบ็งว่า “คนเลวหนีหมด คนดีหนีเข้าเรือนจำ คนเลวหนีไปต่างประเทศ ต่อไปคนไหนกันจะออกมาสู้”
นางทยา หนปสุวรรณ ที่ถูกจำเรือนจำ 1 ปี 8 เดือน รอคอยลงอาญา ปรับ 26,666 บาท กล่าวกับนักข่าวหน้าศาลในสภาพหนีบไม้เท้าที่แขนทั้งสองข้างว่า ผู้ต้องโทษทั้งหมดจะยื่นอุทธรณ์และก็ขอประกันตัวอีกรอบ
เว้นแต่คดีกบฏ กปปส. ชุดใหญ่ ยังมีคดีย่อยๆที่ถูกแยกสำนวนออกไป โดยศาลอาญาพิพากษ์เมื่อ 25 กรกฎาคม 2562 ยกฟ้อง 4 แกนนำ กปปส. ประกอบด้วย นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, นายเสรี วงษ์มณฑา, นายทรัพย์สมบัติ รักษาธัญญวงศ์ และก็นายสกลธี ภัททิยกุล ในข้อผิดพลาดฐานร่วมกันเป็นกบฏและก็อื่นๆรวม 8 ข้อหา โดยบอกเหตุผลว่าหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังน้อยเกินไปฟังได้ว่าเชลยทั้งยัง 4 กระทำผิดตามฟ้อง ต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 6 พฤษภาคม