25/11/2020

แนะนำหนังใหม่ กำลังจะเข้าปี 2020

ติดตามหนังที่ฉายในโรงใหม่ประจำทุกๆ เดือน ที่ทางเราจัดสรรหาหนังเด่น หน้งดีมารีวีวให้ได้ชมติดต่อกันอย่างต่อเนื่องทุกอาทิตย์กันเลยครับ

ไม่ค่อย’เฮฟวี่’เท่าไหร่! สิ่งที่อยากบอกหลังแมนซิตี้เจ๊าลิเวอร์พูล

หลังจากชมศึกอภิมหายุทธ์ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ที่ลงเอยด้วยการเสมอกัน 1-1 จบแล้ว

ผู้มีจิตเลื่อมใสในอสุรกายแดงอย่างผมอยากจะพูดว่า…

football

1. พบร์เก้น คล็อปป์ จัดกลุ่มได้บ้าดีนะนะครับ ในเมื่อคนนั้นก็ชอบ คนนี้ก็รักว่าแล้วก็ส่งแม่งลงอีกทั้ง โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ กับ ดิโอหรูหรา โชต้า พร้อมกันไปเลย
ดูผิวเผินราวกับปรับระบบเป็น 4-2-3-1 ให้ดาวเตะแซมบ้าเป็นหน้าต่ำ โม ซาลาห์ หน้าเป้า ประกบข้างด้วยศูนย์หน้าตัวใหม่ แล้วก็ ซาดิโอ มาเน่ แต่ว่าสิ่งที่มองเห็นบนฟลอร์ต้นหญ้าราวกับเป็น 4-4-2 หรือ 4-2-4 ซะมากกว่า เหตุเพราะนักเตะที่เด็กหงส์เรียกอย่างน่ารักน่าตบว่า ‘บ๊อบบี้’ ไม่ได้ลงต่ำมาช่วยเกมในแดนกึ่งกลางสักเท่าไหร่
ADVERTISEMENT
แค่นี้ยังไม่เพียงพอ ฟูลแบ็คอีกทั้ง 2 ข้างก็กระทำตัวราวกับเป็นปีกอยู่แล้ว มีความหมายว่าเวลารุก พวกพี่ๆเขาจะดาหน้ากันขึ้นไปเป็นแผงถึง 6 ตัว !!!
football
2. แม้กระนั้น
สิ่งที่คิดกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงนั้นไม่เหมือนกัน เนื่องจากว่าผมมีความคิดว่าจัดตัวอย่างนี้ ‘หงส์แดง’ เจตนา ‘เอาตาย’ แน่นอนเอาตายด้วยวิธีการเล่นแบบ เฮฟวี่ เมทั่ล – บีบสูงพลางเพรสซิ่งอย่างคุ้มคลั่ง
แต่ทว่าความจริงที่เกิดขึ้นคือ หงส์แดง ไม่ได้เล่นเกมรุกในจังหวะโลหะหนัก
เหตุที่ไม่กล้า ‘เฮฟวี่’ สักเท่าไหร่ รู้เรื่องว่าคงจะเกรงเกียรติยศของเจ้าถิ่นที่ไม่ใช่ เชฟฯ ยูไนเต็ด หรือ เวสต์แฮม นะโว้ย แม้หลังดันขึ้นสูงเกินไป แถมบีบเขาไม่จนกระทั่งจะกลายเป็นการเปิดพื้นที่ว่างในแดนหลังให้คู่ปรปักษ์เยอะเกินไป
football
3. ตอน 15 นาทีแรก พวกพ้องหงส์แดงเล่นได้ดีมากว่าเด่นชัด แถมความประมาทและขาดความระมัดระวังของ ไคล์ วอล์คเกอร์ ยังช่วยให้พวกเขาขึ้นนำจากจุดลูกโทษอีกต่างหาก – ตอนนั้นมองดูเช่นไร แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่น่ารอด เพราะนอกจากจะบุกไม่ขึ้น ยังดูเกร็งๆอีกต่างหาก
เทียวไปเทียวมากลายเป็นแชมป์เก่านี่แหละที่แผ่วๆไปเอง แล้วถอยมาเล่นแบบคุมพื้นที่ ช่วงเวลาที่แดนกึ่งกลางของกลุ่มเรือใบเหนือกว่า เนื่องจากว่ามีมิดฟิลด์ตัวกลางมากกว่าจนกระทั่งตีเสมอได้วำเร็จ
น่าเสียดายที่ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงจุดลูกโทษพลาด ว่าแล้วนึกถึงเกมนี้ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนที่จะ แอนฟิลด์ อีกทั้ง 2 กลุ่มเล่นอย่างระแวดระวังอย่างนี้ล่ะ ก่อน แมนฯ ซิตี้ มาได้จุดลูกโทษในนาทีสุดท้ายแล้ว ริยาด ภูตผีปีศาจเรซ ตะบันลูกลอยล่องไปในอวกาศ แม้ว่าจะไปไม่ถึงดวงจันทร์ แต่ว่าก็ตกอยู่ท่ามกลางดวงดาว…ถุยยย

4. หงส์แดง เล่นแบบย้ำผลเด่นชัด มีความคิดว่าควัก 1 แต้มออกจาก อิสต์แลนด์สได้ก็ไม่น่าชัง ช่วงเวลาที่ แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่กล้ารุกเต็ม 80 ตีนถีบ ด้วยคิดคล้ายกันว่าเสมอแชมป์เก่าได้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่หว่า
เอาง่ายๆว่ามันยังอยู่ในตอนต้นฤดูกาล ระยะทางยังเหลืออีกยาวไกล ไม่มีความจำเป็นต้องรับหักหาญกันให้ตายหงส์ตายห่านกันไปข้าง เสมอกันก็ดีแล้วกว่าเสี่ยงแล้วแพ้…ว่างั้นเหอะ
football
5. ราฮีม สเตอร์ลิง เวลาพบกลุ่มเก่าจะออกอาการ ‘พากเพียรเกินเหตุ’ จนกระทั่งจังหวะเมืองนรกดังเดิม หวังพึ่งอะไรไม่ได้เลย…ไอ้หอก
ส่วนของหงส์แดง – โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ ฟอร์มตกอย่างแรง แถมปราศจากความมั่นอกมั่นใจ ช่วงเวลาที่การส่งแผงหน้า 4 คนลงพร้อมกันทำให้แดนกึ่งกลางเป็นรองซะอย่างนั้น
มิหนำ เจ้าหนูเทรนต์ เอเอ ยังถูกอาการบาดเจ็บลักพาตัวไปอีกคน ถ้าหายไปแบบยาวๆเด็กหงส์คงจะเครียดมิใช่น้อย อิอิอิ