April 3, 2020

แนะนำหนังใหม่ กำลังจะเข้าปี 2020

ติดตามหนังที่ฉายในโรงใหม่ประจำเดือน

Dolittle (2020) – ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล

dolittle
นับตรงเวลา 100 ปีแล้วที่ Dr. Dolittle ของ ฮิวจ์ ลอฟท้วงติง ได้โลดแล่นไปตามสื่อต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นภาพยนตร์เองก็มีการสร้างในหลายเวอร์ชัน โดยย้อนกลับไปปี 1998 ทั่วทั้งโลกได้ทราบจะกับ Dr. Dolittle ผ่านการแสดงของ เอดดี เมอร์ฟี นักแสดงตลกผิวสีกับมุกทะเล้นๆบริเวณใบหน้ากวนๆรวมทั้งเหล่าสารพัดสารพันสัตว์บอกพอดีมาสร้างเสียงหัวเราะและก็ความน่ารักน่าเอ็นดูโดยปรับเปลี่ยนให้เรื่องราวเกิดขึ้นในปัจจุบันจนกระทั่งหนังทำเงินเปลี่ยนเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์มีภาคต่อตามมาในปี 2001 แล้วก็ยังมีหนังแบบส่งตรงวิดีโอตามมาอีก โน่นชี้ให้เห็นว่าเรื่องราวของ ดร.มองลิตเติ้ล แพทย์สารพัดสารพันสัตว์ยังคงสัมผัสดวงใจผู้คนหากแม้ระยะเวลาจะผ่านมานานมากแค่ไหน แม้กระนั้นพ้นไปมาเพียงแค่ 19 ปีพวกเราก็ได้มองเรื่องราวของแพทย์สารพันสัตว์กันอีกทีในผลงานดูแลของสตีเฟน กาแกน ที่เคยมีงานควบคุมเขียนบทระดับออสการ์อย่าง Traffic(2000) แล้วก็ Syriana (2005)

นับตรงเวลา 100 ปีแล้วที่ Dr. Dolittle ของ ฮิวจ์ ลอฟท้วงติง ได้โลดแล่นไปตามสื่อต่างๆโดยยิ่งไปกว่านั้นภาพยนตร์เองก็มีการสร้างในหลายเวอร์ชัน โดยย้อนกลับไปปี 1998 ทั่วทั้งโลกได้ทราบจะกับ Dr. Dolittle ผ่านการแสดงของ เอดดี เมอร์ฟี นักแสดงตลกผิวสีกับมุกทะเล้นๆบริเวณใบหน้ากวนๆรวมทั้งเหล่าสารพัดสารพันสัตว์บอกพอดีมาสร้างเสียงหัวเราะและก็ความน่ารักน่าเอ็นดูโดยปรับเปลี่ยนให้เรื่องราวเกิดขึ้นในปัจจุบันจนกระทั่งหนังทำเงินเปลี่ยนเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์มีภาคต่อตามมาในปี 2001 แล้วก็ยังมีหนังแบบส่งตรงวิดีโอตามมาอีก โน่นชี้ให้เห็นว่าเรื่องราวของ ดร.มองลิตเติ้ล แพทย์สารพัดสารพันสัตว์ยังคงสัมผัสดวงใจผู้คนหากแม้ระยะเวลาจะผ่านมานานมากแค่ไหน แม้กระนั้นพ้นไปมาเพียงแค่ 19 ปีพวกเราก็ได้มองเรื่องราวของแพทย์สารพันสัตว์กันอีกทีในผลงานดูแลของสตีเฟน กาแกน ที่เคยมีงานควบคุมเขียนบทระดับออสการ์อย่าง Traffic(2000) แล้วก็ Syriana (2005) แต่ว่าตอนนี้กาแกนยึดการดำเนินเรื่องในสมัยวิคโคนเรี่ยนของอังกฤษตามนิยายอีกรอบ โดยได้โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ที่พึ่งจบภารกิจกับเหล่าอเวนพบร์มารับบท ดร.มองลิตเติ้ล แพทย์ที่เสวนากับสัตว์ได้ ซึ่งแน่ๆว่าการได้ผู้แสดงที่ดีก็ทำให้หนังที่มีภาพลักษณ์การเล่าเรื่องมองเชยๆแล้วก็ บ่อยๆดูดีขึ้นมาอย่างไม่เคยคิดมาก่อนเลยล่ะ

ประการแรกเลยเป็น ดร.มองลิตเติ้ล ในฉบับนี้ถูกปรับเปลี่ยนจากฉบับนิยายที่เป็นหนุ่มโสดให้แปลงเป็นชายหนุ่มหม้ายที่สูญเสียเมียนักตรวจสอบที่รักไป จนถึงตัวเขาไม่มีซึ่งหัวจิตหัวใจจะเริ่มเดินทางไปไหนแม้กระทั้งจะออกมาจากบ้านถึงแม้เพียงแค่ก้าวเดียว ด้วยเหตุนี้ความประพฤติปฏิบัติบ้าๆต่างๆที่โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ จะต้องแสดงออกก็ถูกคิดมาละเอียดแล้วว่ามีต้นเหตุจากดรามาที่เกิดเรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของผู้แสดง ซึ่งเขาก็ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ความบ้า ความอบอุ่น ความน่ารักน่าเอ็นดูของเขากับเหล่าสรรพสัตว์ก็ทำให้ดร. มองลิตเติ้ลในเวอร์ชันนี้เข้าถึงหัวใจเด็กๆได้อย่างไม่ยากเย็น แถมยังพอดิบพอดีแบบไม่สติไม่ดีเหลือเกินเสมือนเชอร์ล็อกโฮล์มแต่ว่าก็มิได้โก้เกินมนุษย์แบบโทนี สตาร์ก จะมีเสียดายหน่อยก็ตรงที่หนังรีบจังหวะสำหรับการเล่าอย่างมากทำให้ฉากที่อุตสาหะจะเล่าดรามามีพื้นที่ของมันไม่พอ แต่ว่าแม้พินิจพิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายของหนังเป็นครอบครัวแล้วก็เด็กๆหัวข้อการเล่าที่มองรีบเร่งไปหมดแบบงี้ก็ดูเหมือนจะตอบรับครอบครัวสมัย 4G 5G แบบงี้ดีราวกับเกิน

อีกจุดที่เป็นจุดเด่นมากมายๆเป็นความฮาของหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งมุกจากเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายแหล่ที่ได้เหล่าศิลปินมาให้เสียงบรรยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทนำอย่าง โพลี ที่ได้เอมมา ธอมป์สันผู้ผูกขาดบทสาวใหญ่ใจดีก็ทำให้โพลีมีเสน่ห์แล้วก็เป็นตัวนำพาเรื่องราวไม่น้อย ซึ่งเรื่องราวนิดหน่อยก็ถูกชี้แจงผ่านเสียงของโพลีด้วย ส่วนกระรอกตัวฮาอย่างเควิน ก็ได้ เคเกลื่อนกลาด โรบินสัน นักแสดงตลกผิวสีมาบรรยายได้กวนชวนขบขันมากมายๆแล้วก็ที่นับว่าเป็นตัวลักขโมยซีนมากมายๆก็หนีไม่พ้น ชีชี่ ลิงกอริลลาตาขาวที่ได้ รามี มาเล็ก จาก Bohemian Rhapsody แล้วก็ Mr. Robot มาบรรยายได้อย่างมีเสน่ห์คู่กับบท โยชิ หมีขั้วโลกขี้หนาวที่ได้อดีตกาลนักมวยปลุกปล้ำอย่าง จอห์น ซีนา มาบรรยายได้อย่างสวย น่าชัง นอกเหนือจากนี้บทของสัตว์ตัวอื่นก็ถูกเฉลี่ยกันไปอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ ที่มาบรรยายเป็น จิ๊ป สุนัขคู่ใจของดร.มองลิตเติ้ล เพื่อหวังขายว่านี่เป็นการกลับมาร่วมงานกันต่อจากอเวนพบร์ก็แปลงเป็นเพียงแต่ตัวประกอบไปอย่างโชคร้าย

มาว่ากันถึงความพอดีของหนังกันบ้าง เนื่องจากว่านิยายมีมาเกิน 100 ปี ปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงมาครบทุกสื่อแล้ว ด้วยเหตุนั้นการที่ทุกคนรู้จักเรื่องราวและก็ติดอยู่แรกเตอร์ของดร. มองลิตเติ้ล จนถึงทะลุขนาดนี้แล้วหลังจากนั้นก็เสมือนกาแกน จะมิได้พอใจเล่าที่ไปที่มาของ ดร.มองลิตเติ้ล นักโดยหนังใช้อนิเมชันสไตล์โรโตสวัวป (ถ่ายทำหนังมาแล้ววาดทับครั้งละเฟรมให้เปลี่ยนเป็นการ์ตูน) มาเล่ากล่าวเรื่องราวแหล่งที่มาของดร.มองลิตเติ้ลตอนแรกเรื่องเพื่อปูที่มาความประพฤติปฏิบัติบ้าๆของเขาแค่นั้น กลับมิได้ตรวจสอบภาวะจิตใจของตัวมองลิตเติ้ลฉบับนี้นัก ซึ่งก็โชคร้ายที่การที่หนังฉบับนี้เป็นฉบับแรกที่ตัดคำว่า ด็อกเตอร์ ออกมาจากชื่อให้พวกเรารู้สึกถึงความเป็นคนมากขึ้นเรื่อยๆแม้กระนั้นดันเล่าให้เขาเปลี่ยนเป็นผู้วิเศษเสียมากกว่าเวอร์ชันอื่นเสียอีก แล้วก็ถึงแม้บทจะบังคับให้เขาจำเป็นต้องกลับไปสู้กับพ่อตา (เล่นบท โดย อันโตนิโอ บันเดอราส) แม้กระนั้นก็ดันไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการผลิตฉากผจญเสือดุร้ายอย่างกางร์รีเท่านั้นเอง และก็ถ้าเกิดพ้นจากดรามาที่พวกเราว่ายังไม่ขยี้ให้สุดแล้ว ด้านการเล่าเรื่องราวแนวเสี่ยงอันตรายเองที่อุตส่าห์อัดทั้งยังฉากขับเรือรบไล่ล่า เอาอานใส่ให้ปลาวาฬช่วยรีบสปีดเรือ ระเบิดเมือง สู้เสือ ไปจนกระทั่งผจญมังกร หนังก็เลือกให้เงื่อนทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มง่ายจบง่ายขาดความระทึกใจสำหรับผู้ชมวัยผู้ใหญ่มากมายไปหน่อย แต่ว่าอย่างว่าถ้าเห็นว่านี่เป็นหนังครอบครัวก็คงจะจำเป็นต้องทำใจละครับยังดีที่หนังมีอีกทั้งมุกฮาและก็ฉากเสี่ยงภัยที่น่าละลานตาอัดมาถี่พอเหมาะพอควรแม้กระนั้นมั่นใจว่าเด็กๆจะถูกใจแน่ๆ

Dolittle / ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล (2020) สรุปแล้ว Dolittle เป็นหนังที่พวกเราชี้แนะให้ครอบครัวพากันไปบันเทิงใจในโรงหนังมากยิ่งกว่าคนชอบดูหนังที่อยากหาหนังแอ็กชันเสี่ยงภัยบันเทิงใจๆน่าเร้าใจมอง เนื่องจากหากแม้หนังจะมีซีนน่าเร้าใจอยู่มาก แต่ว่าโทนการเล่าเรื่องดูเหมือนเอาอกเอาใจเด็กๆมากยิ่งกว่าคนแก่ ยังดีที่ได้มุกฮาๆแล้วก็การนำกย์ที่มีเสน่ห์จากเหล่าศิลปินดังมาทำให้เรื่องราวมีชีวิตชีวาและก็งานโพรดักชันที่ทำเป็นในระดับไม่น่าไม่ชอบก็ทำให้ Dolittle เหมาะอย่างยิ่งกับการเป็นหนังครอบครัวเปิดปี 2020 ได้อย่างรื่นเริง