August 4, 2020

แนะนำหนังใหม่ กำลังจะเข้าปี 2020

ติดตามหนังที่ฉายในโรงใหม่ประจำเดือน

John Wick เป็นหนังแอ๊กชั่นสุดมัน

john wick 1

จอห์นวิค 1 (2014) ชื่อของชายคนหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นนักฆ่ามหาโหดแต่ได้หันหลังให้กับการฆ่ามาดำรงชีวิตอย่างปกติกับภรรยา ทว่าวันหนึ่งภรรยาได้ด่วนจากไปอย่างกะทันหัน เขาก็เลยเต็มไปด้วยความรู้สึกที่โดดเดี่ยว

เรื่องราวบางทีก็อาจจะไม่มีอะไรเท่าไรนัก แต่โทนเรื่องนี่เจ๋งสุดๆโทนหนังมองเย็นๆ(ไม่ใช่เครื่องดื่มนะ!) สีฟ้าๆสีน้ำเงิน มันเป็นความรู้สึกของความเย็นชาที่ตรงต่อลักษณะท่าทางและคาแรคเตอร์ของ John Wick (สวมบทบาทโดย Keanu Reeves) ระยะแรกดำเนินเรื่องดีเลิศ เร็ว กระชับ เข้าใจ เล่าเรื่องได้น่าดึงดูดตรงที่ภาพงาม คม ผสมกับโทนภาพเย็นๆที่ดูแล้วส่วนตัวผมชอบอะ ดนตรีประกอบน่าดึงดูดมากกว่า ใช้เวลาปูเรื่องไม่นานก่อนจะเข้าถึงจุดสำคัญ สนุกสนาน ลุ้นตัวเกร็งกันเลยทีเดียว หนังสร้างความระทึกแอบแฝงความไร้มนุษยธรรมไม่มีความกลัวเกรงข้อผิดพลาด จอห์น วิค ก็เทวดาสุดๆทั้งต่อสู้ท่ามือเปล่าหรือจะถือปืนก็ยิงแม่นทุกนัดหมายตายเรียบแรง บางทีอาจไม่เก่งเท่าจา พนม แต่ก็เรียกว่าร่างทรงมาเอง
ชั่วร้าย เย็นชา อ่อนโยน ล้ำลึก…คาแรคเตอร์ของจอห์น วิค ซึ่งน่าดึงดูดมากมาย ไม่ใช่คนหล่อ แต่เป็นคนหน้าตาธรรมดาที่แอบแฝงความเป็นจริงเป็นจังอยู่ในสีหน้าท่าทาง และเป็นคนอึดถึก ผมชอบที่คาแรคเตอร์นิ่งๆแต่ฟาดเรียบฆ่าไม่เลี้ยง มันเป็นอรรถรสของหนังเลยก็ว่าได้ เพราะพวกเราไม่บางทีอาจรู้ได้ว่า ขณะหนังดำเนิน เขาคิดเกี่ยวกับอะไรอยู่ เพราะเขามิได้แสดงสีหน้าท่าทางอะไรออกมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเครียด เฉยๆหรืออารมณ์ดี แต่เวลาโกรธอารมณ์จะออกมาจากแววตา ดุเดือดและมองเอาจริง ในมุมหนึ่งมองเป็นคนลึกลับ ซึ่งพลังการแสดงของ Keanu Reeves ก็นับว่ามาเต็มเอาการ

การเล่าเรื่องดียอด ในระยะแรกคุมเรื่องราว องค์ประกอบทั้งหมดทุกอย่างไว้ดีเลิศ ไม่ขาดไม่เกิน ไม่เวิ่นเว้อกินเวลา ทำให้มันสนุกสนานดีได้เต็มกำลัง แต่ไม่บางทีอาจรู้ได้เลยว่าเพราะเหตุใดช่วงกึ่งกลางกลับดูดรอปลงเสียดื้อๆทั้งๆที่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สนุก แต่บทดูเหมือนจะทิ้งระยะเวลาให้ฉากนิ่งนานไปหน่อย และเริ่มจะหมดมุขสไตล์การต่อสู้ กลายเป็นว่าช่วงยิงกันกลางเรื่องดูอย่างกับว่าหนังแอ๊กชั่นธรรมดาไปแล้วมองยิงไม่มีจุดหมาย พบคนร้าย ‘เอ้อ ไอ้นี่ ลูกน้องมัน…ยิง’ ซึ่งก็เลยพาลหาเรื่องเข้าตัวเองโดนจับไปอีก ทั้งๆที่จุดหมายเป็นการยิงจอมเผด็จการคนที่ฆ่าสุนัขของเขาไม่ใช่เหรอ ช่วงท้ายทุกๆอย่างมองง่ายๆแม้ว่าจะยังเน้นหนักเรื่องแอ๊กชั่น แต่ความเข้มความดุเดือดของจอห์น วิคกลับไม่เป็นเสน่ห์อีกต่อไป เพราะถูกการเล่าเรื่องง่ายๆกลบไป ความน่าสนใจหายไปเยอะเลยทีเดียว และดึงกลับมามิได้เสมือนตอนแรกๆสำหรับผมนับได้ว่าเป็นความไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะมันเกือบดีแล้วเชียว

แต่ John Wick ในมุมของผมเป็นหนังแอ๊กชั่นที่ไม่ธรรมดา ชอบดนตรีประกอบที่ลุ้นสะใจ แปลกดีที่เวลามอง หูจะพอใจฟังดนตรีมากกว่า เล่าเรื่องได้มีลูกเล่น น่าดึงดูดและมองสดใหม่ หนังมีมิติด้วยโทนภาพ การเล่าเรื่อง มีท่วงทีหากแม้เรื่องราวจะไม่อะไรไม่มากมาย แต่ก็เรียกว่าสื่อสารอย่างไม่อ้อมค้อมสไตล์หนังแอ๊กชั่นแต่ไม่กลบเสน่ห์ความเป็น John Wick ผู้ใดกันแน่ที่ดูแล้วจะรับทราบได้เลยว่า หนังเรื่องนี้พลังหนักแน่นกว่าหนังแอ๊กชั่นที่พล็อตหละหลวมปลวกการเล่าเรื่องก็เลยจะต้องหละหลวมตาม ไม่ใช่สำหรับ John Wick แม้ว่าช่วงท้ายมองอ่อนลง แต่พลังและความหนักแน่นก็ยังคุมก้าวหน้าจนถึงจบ ไม่มีอะไรน่าติติงหรือตงิดใจ

สรุป : john wick 1ไม่เสมือนหนังแอ๊กชั่นทั่วๆไป ที่สร้างความเบื่อหน่ายเดิมๆกับฉากแอ๊กชั่นเดิมๆจบเสมือนๆเดิม…John Wick เป็นความสดใหม่ของหนังแอ๊กชั่น ตั้งแต่เปิดเรื่องจนถึงจบเรื่อง โดยการนำเสนอเรื่องราวออกมาทำให้น่าดึงดูดได้ แต่ก็ยังไม่ถึงคำว่ายอดยอดเยี่ยม แต่ก็เป็นหนังแอ๊กชั่นที่เพียงพอจะจดจำอยู่ได้
เรื่องราวเอาจริงๆก็ไม่มีอะไรมากมายอะ แต่จังหวะการเล่าเรื่องที่มองไม่ซ้ำไม่เบื่อ มองมีรสชาติ บางทีอาจบวกกับความคาแรคเตอร์ของพระเอกที่มองเป็นคนอ่อนโยน เย็นชา ตั้งใจจริง และชั่วร้ายแบบฆ่าไม่เลี้ยง! จะพูดว่า John Wick เป็นคนไร้ศีลธรรมก็ได้ แต่เป็นความ ‘ไร้ศีลธรรม’ ที่ ‘ถูกต้อง’ ที่สุดต่างหาก!
8/10